วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

                                

                       วิดีโอ  

             เรื่อง เทคนิคการถ่ายภาพ (จับภาพทิวทัศน์ให้ดูมีชีวิตชีวา)





วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

                    ประวัติผู้จัดทำ
ชื่อ เด็กหญิง สุรรัญญา ไทยรัตน์  เลขที่ 26
ชื่อเล่น หยก
สัญชาติ ไทย เชื้อชาติ ไทย
กำลังศึกษาอยู่ที่ โรงเรียน อบจ.เมืองภูเก็ต
ชั้นมัธมศึกษาปีที่ 2/3 ห้อง IEP
ที่อยู่ 76/48 หมู่ 2 ถนน วิเศษ ตำบล ราไวย์ อำเภอ เมือง จังหวัด ภูเก็ต
โทรศัพท์ 0983455514

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559






































http://www.canon.co.th/personal/web/yourcanon/eostips?languageCode=TH#top

หัดถ่ายมาโคร

การถ่ายมาโครคือการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กแบบโคลสอัพ เช่น ก้านเกสรดอกไม้ ตราไปรษณียากรหรือนาฬิกา การถ่ายมาโครจะขยายวัตถุขนาดเล็กให้ใหญ่ขึ้นได้หลายเท่าจนเราสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆซึ่งอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เป็นเหมือนอีกโลกแห่งความงามหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆเราแต่เส้นผมกลับบังภูเขาอยู่นี่เอง! 

อุปกรณ์ที่จำเป็นในการถ่ายมาโครมีอะไรบ้าง เลนส์ซูมตระกูล EF ของแคนนอนส่วนมากมีฟังก์ชั่นมาโครในตัวเพื่อให้คุณโคลสอัพวัตถุได้ในระดับหนึ่ง คุณสามารถถ่ายก้านเกสรดอกไม้และของเล็กๆเช่นนั้นได้ด้วยฟังก์ชั่นมาโคร แต่หากคุณอยากถ่ายให้ได้ใกล้ยิ่งกว่านั้นก็สามารถติดเลนส์โคลสอัพอย่างเช่น Canon 500D ลงบนเลนส์ปกติของคุณเพื่อให้คุณสามารถขยายภาพได้โดยไม่ต้องเสียเงินมากนัก 


ในกรณีที่คุณต้องการถ่ายโคลสอัพอย่างจริงจังก็ควรเลือกมองเลนส์มาโครแท้ๆ อาทิ เลนส์มาโคร EF-S 60mm หรือ EF 100mm เพราะเลนส์กลุ่มนี้จะช่วยให้คุณสามารถขยายวัตถุได้ถึงขนาดเท่าจริงและสัมผัสได้ถึงคุณภาพในการโคลสอัพเหนือระดับ 


แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้เลนส์แบบใดก็ควรจะถ่ายโดยใช้ขาตั้ง เพราะเวลาที่ถ่ายโคลสอัพนั้นอัตราการขยายจะสูงมาก หากกล้องเขย่าเพียงนิดเดียวก็จะเห็นได้ชัด การใช้ขาตั้งจะช่วยลดอาการสั่นไหวและทำให้ภาพคมกริบไร้ที่ติได้ ช่างภาพหลายคนจะใช้สายลั่นชัตเตอร์ประกอบด้วยเพื่อที่จะได้ไม่มีความเสี่ยงในการทำให้กล่องสั่นขณะกดชัตเตอร์ หากคุณไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ก็สามารถตั้งเวลาชัตเตอร์ให้ลั่นเพื่อลดการสั่นไหวของกล้องที่เกิดจากมือคุณขณะที่กดชัตเตอร์ได้เช่นกัน 


หนึ่งเรื่องที่ต้องระวังขณะถ่ายมาโครก็คือระยะชัดตื้นที่จะตื้นมากๆ ปกติแล้วแทบจะไม่พอให้วัตถุชัดได้ทั้งรูป คุณจึงต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อให้โฟกัสตกลงบนส่วนที่สำคัญที่สุดของวัตถุพอดี เช่นหากคุณถ่ายโคลสอัพภาพดอกไม้คุณก็ต้องให้ยอดเกสรเพศเมียชัด คุณสามารถเปิดรูรับแสงให้แคบลง (ชัตเตอร์สปีดที่ช้าลงตามจะไม่มีผลต่อภาพเพราะว่าคุณใช้ขาตั้งกล้องอยู่แล้ว) แต่แม้กระนั้นระยะชัดตื้นก็จะยังตื้นมากอยู่ดีที่อัตราการขยายสูงๆดังกล่าว 


และเมื่อคุณถ่ายโคลสอัพ วัตถุอาจจะอยู่ใกล้กับด้านหน้าของเลนส์มากๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ตัวกล้องหรือเลนส์อาจจะบังแสงจากแหล่งกำเนิดแสงได้ ให้คุณย้ายตำแหน่งวัตถุ กล้องหรือแหล่งกำเนิดแสงเพื่อไม่ให้เกิดการบดบังแสงขึ้น หรือคุณอาจเลือกใช้กระดาษแข็งสีขาวเพื่อสะท้อนแสงลงบนวัตถุก็ได้เช่นกัน 


ช่างภาพที่จะถ่ายมาโครจริงจังอาจเลือกลงทุนเพิ่มเติมในชุดแฟลชเพื่อการถ่ายมาโครโดยเฉพาะ แคนนอน MT-24EX ประกอบด้วยแฟลชคู่ติดตั้งทางด้านหน้าของเลนส์เพื่อให้แสงเข้าสม่ำเสมอกันไม่ว่าจะถ่ายวัตถุที่อยู่ใกล้เพียงใด หรือคุณอาจเลือกแฟลชวงแหวนแคนนอน MR-14EX ซึ่งทำงานเหมือนกับ MT-24EX เว้นเสียแต่ว่าแสงที่ได้จะเป็นวงแหวนรอบทั่ววัตถุโดยไม่มีเงาตรงจุดใดเลย 


โลกของการถ่ายมาโครเป็นโลกที่น่าทึ่งและสนุกสนาน ที่ดีที่สุดก็คือว่าคุณสามารถถ่ายภาพมาโครดีๆได้ทุกที่ทุกเวลา เช่นถ้าคุณติดฝนอยู่กับบ้านก็สามารถเอากล้อง EOS ของแคนนอนออกมาแล้วเริ่มถ่ายมาโครได้เลย จะถ่ายเม็ดฝนที่เกาะอยู่บนกระจกหน้าต่างก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ไม่ผิดกฎกติกาแต่อย่างใดทั้งสิ้น!

ถ่ายภาพยามค่ำคืน

การถ่ายภาพแสงเป็นอะไรที่ง่ายด้วยและสนุกด้วย คุณแทบไม่ต้องการอุปกรณ์อะไรพิเศษเลยหากคุณมีขาตั้งอยู่แล้ว การถ่ายภาพยามค่ำคืนโดยหลักแล้วก็คือการเปิดชัตเตอร์นานๆเพื่อจับแสงที่อยู่ในฉาก คุณจึงจำเป็นต้องมีขาตั้งที่ดีและมั่นคง ช่างภาพหลายคนจะใช้สายลั่นชัตเตอร์ประกอบด้วยเพื่อที่จะได้ไม่มีความเสี่ยงในการทำให้กล่องสั่นขณะกดชัตเตอร์ หากคุณไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ก็สามารถตั้งเวลาชัตเตอร์ให้ลั่นเพื่อลดการสั่นไหวของกล้องที่เกิดจากมือคุณขณะที่กดชัตเตอร์ได้เช่นกัน 

เนื่องจากคุณใช้ขาตั้งอยู่แล้วคุณจึงสามารถใช้ ISO ต่ำๆและความเร็วชัตเตอร์ช้าๆได้เพื่อให้ภาพออกมาดูดีที่สุดและมีน๊อยซ์ต่ำ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกล้อง EOS มีอิมเมจโปรเซสเซอร์ DIGIC อยู่แล้ว) และความเร็วชัตเตอร์ต่ำจะช่วยให้คุณเก็บการเคลื่อนไหวของแสงให้เห็นเป็นสายได้ 

ชื่ออาจจะบอกอยู่ว่าเป็นการถ่ายภาพยามค่ำคืน แต่ถ้าถ่ายตอนค่ำก็จะสวยงามกว่ามืดสนิท แสงสุดท้ายที่ยังหลงอยู่บนท้องฟ้าจะช่วยให้ภาพสว่างขึ้นอีกนิด ภาพที่ออกมาจะได้ไม่เห็นท้องฟ้าเป็นสีดำสนิทดูน่าเบื่อ ขอแนะนำให้คุณถ่ายภาพเวลา 19.00 – 19.30 น. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดและได้ฟ้าที่สวยน่าชมที่สุดด้วย 

ลองตั้งค่าแสงต่างๆกันดูเพราะว่าเวลาในการเปิดชัตเตอร์ที่ต่างกันก็จะให้ผลที่ต่างกัน การเปิดชัตเตอร์นานถึง 30 วินาทีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรด้วย เพราะยิ่งเปิดชัตเตอร์นานเท่าใดคุณก็จะยิ่งมีเวลาเก็บแสงที่พาดผ่านได้นานเท่านั้น ให้ภาพของคุณดูมีชีวิตชีวาอย่างเต็มที่ หากในภาพคุณมีถนนและรถวิ่งผ่าน แสงสีแดงที่มาจากไฟเบรคมักจะปรากฏเป็นสายในภาพได้สวยกว่าแสงสว่างจากไฟหน้าด้วย 

หากคุณเป็นมือใหม่กับการถ่ายภาพยามค่ำคืนจริงๆ ก็ขอเพียงคุณตั้งกล้องบนขาตั้ง จัดองค์ประกอบภาพแล้วโฟกัส จากนั้นจึงตั้งกล้องเป็นโหมด Aperture Priority (Av) และตั้งรูรับแสงเป็น f/8 และ ISO ที่ 100 เริ่มถ่ายภาพในช่วง 19.00 - 19.30 น. เท่านี้คุณก็จะมีภาพถ่ายยามค่ำคืนเป็นชุดเป็นการชิมลางแล้ว โปรดอย่าลืมว่าการถ่ายภาพยามค่ำคืนนี้เป็นเหมือนการทดลอง จึงขอให้ทุกท่านไม่ลืมที่จะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการทดลองนี้ด้วย

ถ่ายภาพแนวสตรีท

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าการถ่ายภาพแนวสตรีทคือการถ่ายภาพตามท้องถนน ฟังดูอาจเหมือนเป็นเรื่องเล็กแต่การถ่ายภาพแนวสตรีทก็ทำให้เราได้เห็นภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนจากสังคมต่างๆมาแล้วทั่วโลก 

และเนื่องจากถนนเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ การถ่ายภาพแนวสตรีทจึงกลายเป็นรูปแบบการถ่ายภาพที่พบเห็นได้เยอะที่สุด แต่การถ่ายภาพแนวสตรีทแบบไม่มีการวางแผนและไม่มีแนวคิดอะไรก็ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลที่สามารถใช้การได้ บทความนี้จะเป็นการนำเสนอเทคนิคง่ายๆที่คุณสามารถปฏิบัติใช้เพื่อพัฒนาความสามารถในการถ่ายภาพแนวนี้ 

ในการถ่ายภาพแนวสตรีทคุณไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มากมายอะไร นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การถ่ายภาพแนวนี้เป็นที่นิยมขึ้นมาได้ กล้องดิจิตอลซิงเกิ้ลเลนส์ขนาดเล็กที่ช่างภาพหลายคนมีใช้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการถ่ายแนวสตรีท หรือหากคุณอยากจะใช้กล้องคอมแพคอย่าง IXUS หรือ PowerShot เพื่อถ่ายอย่างแนบเนียนท่ามกลางผู้คนหรือกลางถนนก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน 

ส่วนเรื่องเลนส์นั้นคงจะไม่สามารถระบุความยาวโฟกัสที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการถ่ายภาพแนวสตรีทได้เนื่องจากสิ่งที่มีให้ถ่ายนั้นมีอยู่หลากหลาย บางท่านอาจเลือกถ่ายจากระยะใกล้ด้วยเลนส์มุมกว้างอย่างเลนส์ 24 มม.หรือ 28 มม.จากกลางฝูงชนเพื่อเก็บบรรยากาศ บางท่านอาจชอบยืนถ่ายเน้นบุคคลหรือรายละเอียดใดๆในฉากจากระยะไกลด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ คุณสามารถทดลองใช้เลนส์ขนาดต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆนั้นและสไตล์ของคุณเองได้ตามถนัด 

ตอบคำถามที่ว่าคุณควรจะใช้เลนส์ซูมหรือเลนส์ฟิกซ์ดี เลนส์ซูมจะมอบความสะดวกและความรวดเร็วมากกว่าเพราะคุณจะสามารถถ่ายภาพได้ที่หลายความยาวโฟกัสแต่ขนาดก็จะใหญ่กว่าเลนส์ฟิกซ์และรูรับแสงก็จะแคบกว่าเลนส์ฟิกซ์ที่ระยะเท่ากัน ช่างภาพหลายรายชอบใช้เลนส์ฟิกซ์ที่เล็กและสว่างกว่าอย่างเช่นเลนส์แคนนอน EF 28mm f/1.8 เพื่อจับภาพในสภาพแสงน้อย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทั้งเลนส์ฟิกซ์และเลนส์ซูมก็มีข้อดีและข้อเสียในตัวของมันเอง สุดท้ายแล้วคุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้เลือกได้ 
  • แฟลช
    เราควรจะใช้แฟลชในการถ่ายภาพแนวสตรีทหรือไม่ คงจะไม่มีคำตอบใดเป็นคำตอบที่ถูกต้องเพราะว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความตั้งใจของคุณ 
    หากคุณต้องการถ่ายแบบแคนดิด (Candid) โดยไม่ให้แบบรู้ตัวก็ไม่สามารถใช้แฟลชได้อย่างแน่นอนเพราะจะทำให้แบบรู้ตัวและคุณก็จะไม่สามารถถ่ายภาพที่ต้องการได้ วิธีการแก้ที่ดีที่สุดคือการตั้งค่า ISO ให้สูงขึ้นเพราะไม่ว่าอย่างไรการใช้แฟลชก็จะทำให้เสียอารมณ์ภาพตามธรรมชาติอยู่ดี 

    แต่ถ้าคุณต้องการถ่ายภาพอีเวนท์อย่างเช่น การแสดงต่างๆตามท้องถนนอย่างที่แบบรู้ตัวอยู่แล้วและเต็มใจให้คุณถ่าย การใช้แฟลชก็สามารถทำให้สีสันในภาพสดใสยิ่งขึ้นและทำให้รายละเอียดที่ตกอยู่ในเงาปรากฏเห็นเป็นสว่างขึ้นได้ อย่างเช่นบรรดาเครื่องแต่งกายและเมคอัพที่มีสีสันนั้นก็จะปรากฏในภาพอย่างสวยงามที่สุดเมื่อมีการใช้แฟลชประกอบ
  • กระเป๋าและการแต่งกาย 
    ช่างภาพส่วนมากจะเห็นพ้องต้องกันว่าการแต่งตัวสบายๆแบบไม่เตะตานั้นเหมาะสำหรับการถ่ายภาพแนวสตรีทที่สุด การจะถ่ายภาพแคนดิด(Candid) ให้ประสบความสำเร็จได้นั้นคุณจะต้องทำตัวกลมกลืนกับสถานการณ์ให้ได้เสียก่อนและไม่ดึงดูดความสนใจมาที่ตัวเองแต่อย่างใด
  • ทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ของคุณเอง
    คงไม่มีใครที่จะถ่ายภาพออกมาดูดีได้ทั้งที่ยังไม่คุ้นเคยกับอุปกรณ์ของตนเอง เมื่อคุ้นเคยกับกล้อง EOS และเลนส์ของคุณแล้วคุณก็จะสามารถทุ่มความสนใจให้กับแบบและสถานการณ์ในแต่ละขณะนั้นเพื่อการถ่ายภาพได้อย่างดีที่สุด คุณควรจะสามารถปรับควบคุมกล้องได้โดยสัญชาตญาณเพื่อที่แบบของคุณจะได้ไม่ลุกหนีไปเสียก่อนขณะที่คุณยังก้มหน้าก้มตาปรับกล้องอยู่
  • เข้าใจแบบของคุณ 
    แบบบางกลุ่มมักจะมีพฤติกรรมในลักษณะหนึ่งๆอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะปัจจัยอย่างเช่นอายุ สถานการณ์หรือวัฒนธรรมก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นช่างภาพงานแต่งซึ่งทราบดีว่าพิธีการมาตรฐานของงานแต่งเป็นอย่างไรและจะสามารถจัดตนเองให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการถ่ายช็อทต่างๆที่สุด (เช่น ช็อทตัดเค้กหรือช็อทการแลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญา) เพราะด้วยความที่เขาเข้าใจในพฤติกรรมของแบบจึงสามารถถ่ายช็อทนั้นๆได้ดีกว่าใคร
  • ใช้เวลาตระเวนตามท้องถนนให้มากยิ่งขึ้น 
    การใช้เวลาอยู่บนท้องถนนจะช่วยให้คุณรู้จักและเข้าใจในพฤติกรรมและอากัปกิริยาต่างๆของแบบได้ดียิ่งขึ้นจนนำไปสู่ภาพที่ออกมาดียิ่งกว่าในที่สุด การถ่ายภาพแนวสตรีทไม่มีอะไรแน่นอน โอกาสเกิดภาพอาจมาเมื่อไรและที่ใดก็ได้ ดังนั้นการอยู่บนถนนให้มากก็จะช่วยให้คุณมีโอกาสสำเร็จมากยิ่งขึ้นด้วย
  • รู้ขอบเขตของตนเอง 
    คุณควรจะรับรู้และระแวดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัวแม้ในขณะที่ถ่ายภาพอยู่ สถานที่บางแห่งอาจจะมีอันตรายแฝงมากกว่าที่อื่นๆ คุณจึงควรใส่ใจดูความเปลี่ยนแปลงรอบตัวอยู่เสมอ เช่น การออกไปตามถนนหนทางของบางเมืองในช่วงกลางคืนก็อาจจะเป็นอันตรายได้เช่นกัน
  • จังหวะเด็ด 
    Henri-Cartier Bresson ช่างภาพข่าวชื่อดังที่สุดผู้หนึ่งของโลกเป็นผู้ที่คิดคำว่า "the decisive moment" ขึ้นมา ในความหมายของเขาก็คือจังหวะเด็ดจังหวะนั้นเพียงจังหวะเดียวที่เป็นสื่อแทนทุกสิ่งที่แบบทำ หากคุณสามารถจับจังหวะเด็ดนั้นได้ก็จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวให้กับผู้อ่านได้อย่างดีที่สุดด้วย

    แต่การที่จะจับจังหวะเด็ดได้นั้นคุณจะต้องเฝ้ารอและหยั่งรู้ให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ด้วยความแม่นยำพอสมควร หากคุณสามารถหยั่งรู้ได้แล้วก็จะสามารถรอจังหวะเด็ดเพื่อเก็บภาพเหตุการณ์นั้นเมื่อมันเกิดขึ้นได้ในที่สุด

    หากคุณพยายามเข้าไปสวมวิญญาณของแบบและคิดว่าต่อไปเขาจะทำอะไร ไตร่ตรองให้ดีและใจเย็นรอด้วยความรู้ความเข้าใจ คุณก็จะสามารถจับจังหวะเด็ดที่ว่านี้ได้ในที่สุด
กลับสู่ด้านบน


ถ่ายด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ให้ได้ภาพคมชัดที่สุด

การถ่ายภาพด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ยาวๆสามารถทำให้ภาพสั่นได้หากถือกล้องไม่ดี เพราะในเมื่อขนาดของวัตถุถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นอาการสั่นไหวของกล้องใดๆก็จะรุนแรงขึ้นเป็นสัดส่วนเท่าๆกันไป ยิ่งความยาวโฟกัสไกลเท่าใดก็ยิ่งประคองกล้องให้นิ่งได้ยากมากยิ่งขึ้นเท่านั้น 

เทคโนโลยี Image Stabilizer ของแคนนอนสามารถช่วยให้ภาพของคุณคมชัดได้แม้ในขณะใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำก็จริง แต่หากคุณได้เรียนรู้วิธีการจับถือเลนส์เทเลโฟโต้อย่างเหมาะสมแล้วก็จะช่วยให้คุณถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้น 

วิธีการคือให้คุณใช้มือซ้ายประคองเลนส์อย่างมั่นคง (แต่ไม่บีบแน่นเกินไป) ในขณะที่มือขวาของคุณควบคุมการทำงานต่างๆของกล้อง ปล่อยให้น้ำหนักของกล้องและเลนส์เกือบทั้งหมด (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด) อยู่บนมือซ้ายและปล่อยให้มือขวาว่างควบคุมกล้องได้ 

ชิดศอกเข้าหาตัวเพื่อให้เกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมและช่วยประคองเลนส์ให้นิ่ง กดกล้องให้แน่นอยู่กับใบหน้า (แต่ไม่ต้องแน่นมากเกินไปนัก) เพื่อให้กล้องนิ่งยิ่งขึ้น ก่อนถ่ายภาพให้คุณหายใจเข้าครึ่งปอดแล้วกลั้นใจไว้สองสามวินาทีก่อนที่จะกดชัตเตอร์ 

ใช้ขาตั้งกล้องเสมอหากสามารถทำได้เพื่อให้ภาพคมชัดสูงสุด แต่ถ้าคุณไม่มีขากล้องติดไปด้วยก็สามารถอิงตัวกับกำแพง ม้านั่ง ต้นไม้หรือเสาโคมไฟเพื่อช่วยให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือถ้าคุณมีกระเป๋าหรือเสื้อแจ็คเก็ตก็สามารถใช้วางเพื่อเอาเลนส์พาดได้เช่นกัน

สาดแฟลชไปเลย!

แม้ว่าคุณจะกำลังถ่ายภาพบุคคลกลางแจ้งในวันที่แดดจ้าก็อย่าลืมใช้แฟลชด้วย เพราะฟิลแฟลชสามารถช่วยลดซิลลูเอทในฉากย้อนแสง ทำให้เกิดประกายในดวงตาของแบบและทำให้แบบดูแจ่มมีมิติขึ้นมาได้ กล้องคอมแพคของแคนนอนส่วนมากมีฟังก์ชั่นฟิลแฟลชในตัวอยู่แล้ว หากมีแฟลชเสริมภายนอกที่ไม่มีฟังก์ชั่นฟิลแฟลชอัตโนมัติคุณก็สามารถตั้งค่า ISO ของแฟลชให้เป็นสองเท่าของกล้องแล้วปรับค่ารูรับแสงของทั้งบนกล้องและบนแฟลชให้เท่ากันก็เป็นอันเสร็จพิธี


เป็นช่างภาพที่น่ารัก

หากว่าใครรู้สึกไม่อึดอัดแล้วก็ย่อมเป็นแบบถ่ายภาพได้อย่างดียิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องทำตัวน่ารัก สุภาพ เข้าใจความรู้สึกและพยายามอำนวยความสะดวกตามที่แบบต้องการ พยายามเข้าถึงแบบด้วยการสบตาและชวนคุย ให้แบบได้หัวเราะบ้างจนความอบอุ่นสื่อผ่านทางภาพได้ในที่สุด คุณสามารถใช้เลนส์เทเลได้หากคุณอาย ประหม่าหรืออยากจะถ่ายแคนดิดจากระยะไกลมากกว่า แต่อย่าใช้เลนส์เทเลเป็นผ้าคลุมล่องหน อย่าทำกับแบบเหมือนว่าเขาเป็นเพียงวัตถุ ตรงจุดนี้เราต้องให้ความเคารพกันด้วยโดยเฉพาะเวลาถ่ายภาพบุคคลที่เราไม่รู้จัก ขณะเดินทางไปยังที่ต่างๆ อย่าทำตัวแอบๆแปลกๆคอยส่องกล้องออกมาจากมุมตึกอย่างนั้น ขอเพียงแค่คุณยิ้มแล้วโลกก็จะยิ้มไปกับคุณด้วยเอง

จัดแสงให้เข้าที

ถ้าสภาพแสงได้แล้วโอกาสเกิดภาพสวยก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม โดยปกติแล้วแสงนุ่มๆจะช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลได้งามที่สุด นั่นเป็นเพราะว่าแสงแข็งๆ (อย่างเช่นแสงเวลาเที่ยงวัน) จะทำให้เกิดเงาที่ไม่น่าดูบนใบหน้าของแบบ หรือหากคุณต้องการเน้นให้เห็นความลึกและมิติก็สามารถให้แสงเข้าวัตถุจากทางด้านข้างหรือทำมุม 45 องศา การจัดให้แบบอยู่ข้างหน้าต่างในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆให้แสงแดดลอดผ่านเข้ามาก็มักจะได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อเช่นกัน ในกรณีที่คุณถ่ายภาพกลางแจ้งก็อย่าลืมใช้แฟลชด้วย (แม้ว่าแดดจะจ้าก็ตาม) เพราะจะช่วยให้ภาพของคุณดูแจ่มขึ้นอย่างมากและมีประกายบนดวงตา แต่ถ้าคุณไม่อยากใช้แฟลชจริงๆหรือเกรงว่าแบบจะรำคาญแฟลช ให้ตัวคุณเองสวมชุดขาวก่อนออกไปถ่ายภาพเพื่อที่จะได้ทำหน้าที่เป็นรีเฟลคเตอร์ในตัวคอยสะท้อนแสงฟิลไลท์อ่อนๆเข้าตัวแบบก็ได้เช่นกัน

ดูฉากหลังให้เรียบง่าย

เรื่องฉากหลังในการถ่ายภาพบุคคลนั้นหลักพื้นฐานเลยก็คือการทำให้เกลี้ยงและไม่วุ่นวายเอาไว้ก่อน พยายามหาจุดที่ด้านหลังไม่รกหรือแขวนผ้าสีเรียบๆสักผืนเป็นแบ็คดร็อปเพื่อให้แบบของคุณเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาในรูปอย่างที่ควรจะเป็น แต่ถ้าคุณอยู่ในบริเวณที่มองไปทางใดก็มีแต่ฉากหลังที่วุ่นวายและรกรุงรังก็สามารถเปิดรูรับแสงให้กว้างที่สุดช่วยได้ Tristan Lim หนึ่งในผู้ท้าชิง Playtime ใช้เลนส์แคนนอน EF 85mm f/1.8 USM และ EF 70-200mm f/2.8L USM เพื่อให้ได้ระยะชัดตื้นที่สุด ให้แม้แต่ฉากหลังที่วุ่นวายที่สุดเบลอละลายหายไปได้จนแบบที่ต้องการถ่ายปรากฏให้เห็นเด่นชัด เลนส์ EF ของแคนนอนออกแบบมาเพื่อระบบ EOS โดยเฉพาะ มีเลนส์กล้อง 35 มม.ที่จัดอยู่ในกลุ่มที่สว่างที่สุดในโลกด้วยคือเลนส์ EF 50mm f/1.2L USM ที่ใครๆก็ยกย่อง เพราะสามารถเปิดรูรับแสงได้กว้างถึง f/1.2 ไม่ว่าฉากหลังจะวุ่นวายเพียงใดก็เอาอยู่

ตาต้องคมชัด

คุณอาจยังนึกไม่ถึงว่าเวลาเรามองภาพคน สัตว์หรือรูปปั้นที่ใบหน้า ส่วนใหญ่แล้วคุณจะมองไปที่ดวงตาก่อน ถ้าตาคมเราก็จะรู้สึกว่าอารมณ์ของภาพดูสบายๆแม้ว่าโฟกัสจะดูเบลอไปบ้างแต่โดยรวมของภาพก็จะยังดูคมอยู่ ดังนั้นเวลาคุณถ่ายภาพก็ควรจะพยายามให้ตาของแบบโฟกัสคมกริบเสมอ แต่ก็อย่าลืมว่าการถ่ายภาพบุคคลนั้นไม่ได้มีแต่เพียงการถ่ายใบหน้า แต่คุณยังสามารถถ่ายภาพซิลลูเอทที่เปี่ยมความหมาย ถ่ายโคลสอัพมือทั้งสองหรือจะถ่ายภาพบุคคลจากทางด้านหลังก็สามารถทำได้เช่นกัน

หามุมมองแปลกๆ

การถ่ายภาพให้ได้น่าสนใจที่จริงไม่ใช่เรื่องยากหากเพียงคุณพยายามหามุมแปลกๆอีกสักหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามสถานที่ต่างๆที่มีคนถ่ายกันไปเยอะแล้ว เช่นหากคุณไม่ต้องการได้ภาพชายหาดเหมือนในโปสการ์ดทั่วไปก็เพียงย่อตัวลงมาถ่ายจากระดับเลียดเม็ดทรายหรือปีนขึ้นบนต้นไม้เพื่อถ่ายภาพในมุมสูงๆ หรือหากจะถ่ายย้อนจากน้ำขึ้นมาก็ย่อมทำได้เสมอ ฟังก์ชั่นออโต้โฟกัส Live View ของแคนนอนช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพจากมุมแปลกๆได้โดยที่คุณไม่ต้องลำบาก อีกหนึ่งลูกเล่นดีๆที่ไม่ยากคือการถ่ายภาพผ่านแก้วน้ำดื่มหรือหน้าต่าง และการมองหาภาพสะท้อนของวัตถุที่คุณต้องการถ่ายในน้ำ กระจกเงาและสิ่งที่สะท้อนแสงได้อื่นๆเป็นต้น

เล่นกับเส้นสาย ลวดลายและพื้นที่ว่าง

วิธีหนึ่งในการถ่ายภาพให้น่าสนใจได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็คือการเล่นกับเส้นสาย ลวดลายและพื้นที่ว่างที่เกิดจากสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ ชนิดที่เรียกได้ว่าสร้างผลงานวิจิตรทั้งๆที่ไม่มีอะไรเลย ในไม่ช้าคุณจะเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ในการจัดองค์ประกอบภาพให้น่าสนใจ ถ้ารายละเอียดในสิ่งที่คุณเห็นอยู่เบื้องหน้ายังไม่น่าสนใจให้ลองหรี่ตาดูเพราะการทำเช่นนี้มักจะช่วยให้ส่วนที่ไม่น่าสนใจหลุดออกไปจากสายตาได้ และให้เริ่มโดยการจัดองค์ประกอบภาพอย่างง่ายๆแต่ได้อารมณ์ก่อน นอกจากนี้การเลือกใช้สีสันเข้มๆและเส้นสายที่ชัดเจนก็ดีกว่ารายละเอียดที่เป็นโทนสีกลางๆผสมปนเปกัน


ถ่ายภาพเบลอๆบ้างก็ดูดี

บางครั้งภาพที่เบลออย่างสร้างสรรค์ก็สามารถสื่อสารได้ดียิ่งกว่า คุณสามารถเลือกใช้ความเบลอได้สองแบบหลักๆด้วยกัน ได้แก่ เบลอด้วยระยะชัดตื้นและเบลอด้วยการเคลื่อนไหว หากคุณเปิดรูรับแสงให้กว้างเพื่อให้ได้ระยะชัดตื้น (เอฟสต็อป 4 ถึง 1.4 จะดีมาก) ฉากหลังจะเบลออย่างนุ่มๆน่ามองเพื่อให้วัตถุที่ต้องการถ่ายลอยเด่นอยู่ด้านหน้า หรือหากจะให้เบลอด้วยการเคลื่อนไหวก็เพียงตั้งความเร็วชัตเตอร์ให้ต่ำเข้าไว้ วัตถุที่คุณถ่ายจะได้เคลื่อนไหวเป็นสายเหมือนปลายภู่กันที่วาดไปตามจังหวะอยู่ต่อหน้ากล้องของคุณ นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงหลงใหลในความยืดหยุ่นและความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดได้จากการควบคุมรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ในกล้องดิจิตอลซิงเกิ้ลเลนส์

ถ่ายภาพแสง "พอดี" ไม่ใช่ดีที่สุดเสมอไป

แม้คนส่วนใหญ่จะเชื่อกันว่าอย่างไร แต่จริงๆแล้วมิเตอร์วัดแสงในตัวกล้องคุณไม่ควรเป็นปัจจัยหลักในการวัดว่าภาพควรจะสว่างหรือมืดเท่าใด ภาพวันแดดจ้าอาจดูสีสดใสกว่าเดิมหากถ่ายให้อันเดอร์สัก 1½- 2 สต็อป (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการใช้ฟิลเตอร์/โพลาไรเซอร์) และภาพบางภาพอาจดูสดใสขึ้นหากถ่ายให้โอเวอร์อีกสักหน่อย อารมณ์ของภาพสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามระดับความสว่าง แต่สุดท้ายแล้วหากตัดใจเลือกไม่ได้ก็สามารถทำการแบร็คเก็ตโดยถ่ายภาพเดียวกันหลายๆช็อทโดยให้ระดับแสงในแต่ละภาพแตกต่างกัน (แสงพอดี โอเวอร์และอันเดอร์) เปรียบเทียบทั้งสามภาพแล้วเลือกภาพที่คุณถูกใจที่สุด กล้องดิจิตอล EOS แบบซิงเกิ้ลเลนส์ของแคนนอนทุกรุ่นมีฟังก์ชั่นการชดเชยแสงที่ช่วยให้คุณถ่ายแบร็คเก็ตได้โดยสะดวก


ถ่ายภาพนิ่งไม่สั่นไหวแม้แสงน้อย

ถึงคุณต้องถ่ายภาพด้วยการใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆโดยไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ก็ไม่ใช่ปัญหา คุณสามารถถ่ายได้โดยที่ภาพไม่สั่นเพียงตั้งกล้องไว้บนขาตั้งและสั่งให้กล้องลั่นชัตเตอร์ตามเวลาที่ต้องการ เมื่อคุณไม่ต้องจับกล้อง ก็ไม่เสี่ยงที่จะทำให้กล้องสั่น กล้องดิจิตอลซิงเกิ้ลเลนส์ของแคนนอนมีตัวเลือกในการตั้งเวลาชัตเตอร์ที่ 2 วินาทีด้วย คุณจึงสามารถถ่ายภาพหมู่ที่มีทุกคนพร้อมหน้าได้โดยไม่ต้องรอ 10 วินาทีเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป และกล้องคอมแพคดิจิตอลของแคนนอนก็สามารถตั้งเวลาลั่นชัตเตอร์ได้เต็มที่เช่นกัน

ต้องพร้อมที่จะลุยไปทุกที่

ทุกครั้งที่เดินทางขอให้ทุกท่านยึดถือคติของลูกเสือที่ว่า "จงเตรียมพร้อม" ไว้เป็นอย่างดี เพราะต่อให้คุณมีอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ไม่สามารถถ่ายภาพดวงอาทิตย์กำลังขึ้นมาหลังยอดเขาได้ หากแบตเตอรี่คุณหมดหรือเมโมรี่การ์ดของคุณเต็ม อย่าลืมเตรียมไปเผื่อไว้ด้วย หากคุณยอมลงทุนซื้อเมโมรี่การ์ดเพิ่มก็จะเป็นการดี เพื่อที่คุณจะได้ภาพความละเอียดสูงและไม่พลาดโอกาสในการถ่ายช็อทสำคัญๆเช่นนี้

การแข่งขันกีฬาและการเคลื่อนไหว

ภาพ © Chase Jarvis
ภาพ © Chase Jarvis
ความท้าทายของการถ่ายภาพสัตว์และสัตว์เลี้ยงก็คือการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของวัตถุ พวกมัน
กลัวมนุษย์ และเราอาจหาตัวหรือเข้าใกล้มันได้ยาก นอกจากนี้ การจัดท่าทางหรือคาดการณ์
พฤติกรรมของพวกมันยังเป็นเรื่องที่เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณปฏิบัติ
ตามเคล็ดลับเหล่านี้และทำการถ่ายรูปสัตว์หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง คุณจะได้ภาพถ่าย
สัตว์ที่สวยงามมาก

สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง: เลนส์เทเลโฟโต้ที่โฟกัสได้อย่างรวดเร็ว

Wild animals taken with a telephoto lens
ภาพของนกตัวนี้อยู่ห่างจากกล้องประมาณ 15 เมตร และถ่ายด้วยเลนส์ 200 มม. ตามธรรมชาติ นกเหล่านี้จะหวาดกลัวมนุษย์ ดังนั้น การเข้าใกล้พวกมันอาจทำให้มันตกใจและบินหนีไปแม้แต่เจ้าเมียร์แคตแสนเชื่องตัวนี้ ภาพที่ถ่ายโดยใช้เลนส์เทเลโฟโต้
ยังทำให้มันดูดีกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะว่าทางยาวโฟกัสที่ยาวจะลด
ระยะชัดลึกของภาพลง ทำให้ได้ภาพสัตว์ที่สวยงามกว่าเดิม
สัตว์ป่าส่วนใหญ่จะขี้อายและตกใจง่ายเมื่อเห็นมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนก มันเป็นสัตว์ที่ถ่ายภาพ
ได้ยากเป็นพิเศษเพราะปรากฏตัวและหายตัวไปในชั่วพริบตา ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการถ่ายภาพ
ของพวกมันจากระยะไกลโดยใช้เลนส์ที่มีระยะโฟกัสยาวที่สุด

สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง: เวลาที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ

เพราะรู้ว่าเสือเป็นสัตว์ที่หากินในเวลา
กลางคืน ช่างภาพจึงเดินทางมายังสวนสัตว์สิงคโปร์ในตอนบ่ายแก่ๆ เพื่อถ่ายภาพ
เสือขาวตอนที่มันเพิ่งจะตื่นจากการหลับใหล
White Tiger at Singapore Zoo
ภาพผีเสื้อโมนาร์คตัวนี้ถ่ายที่กรุงนิวยอร์ก
ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผีเสื้อชนิด
นี้จะต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลอย่างน่า
เหลือเชื่อเพื่ออพยพไปประเทศเม็กซิโกและจะ
ต้องบินผ่านกรุงนิวยอร์ก
Monarch butterfly in New York City in September
สัตว์หลายสายพันธุ์จะตื่นตัวที่สุดในตอนเช้าหรือตอนเย็นเท่านั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวแสงอาทิตย์
จะไม่จ้าจนเกินไป ทำให้เหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุด สิ่งสำคัญก็คือ คุณจะต้องศึกษาวงจรการ
ใช้ชีวิตของสัตว์ที่ต้องการจะถ่ายภาพและเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพ นอกจากนี้ คุณยังสามารถวางแผนถ่ายภาพตามฤดูกาลเมื่อสัตว์อพยพปรากฏตัวขึ้นได้อีกด้วย

สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง: ปักหลักแทนที่จะติดตาม แอบซ่อนแทนที่จะตามหา

Lorikeets and Eastern grey squirrels
นกแก้วโนรีบางตัวเช่นตัวที่เห็นอยู่นี้ กลัวมนุษย์มากและจะต้องถ่ายจากระยะไกล ณ จุดที่มันน่าจะปรากฏตัวขึ้น ในการถ่ายภาพนี้
ช่างภาพต้องรออยู่ในเต็นท์ใกล้กับที่ให้อาหารนกซึ่งตั้งอยู่ในป่า
ตามธรรมชาติ กระรอกสีเทาในเซ็นทรัลปาร์ค กรุงนิวยอร์ก จะกลัวมนุษย์ ภาพของเจ้ากระรอกตัวนี้ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D300 ในโหมดไลฟ์วิวและใช้อุปกรณ์ลั่นชัตเตอร์แบบไร้สาย ช่างภาพจัด
องค์ประกอบภาพและโฟกัสไปยังจุดที่คาดว่าเป็นจุดหาอาหารที่มันโปรดปราน รอสักครู่หรือจนกว่ามันจะกลับมา และตรวจสอบไลฟ์วิวในหน้าจอ LCD ของกล้องเพื่อดูว่าการจัดองค์ประกอบภาพดีแล้ว
หรือยัง จากจึงทำการถ่ายภาพ
การพยายามแอบตามหรือติดตามสัตว์ป่าอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การติดตามสัตว์ที่หวาดกลัวมนุษย์ สัตว์บางตัวอาจรู้สึกถึงเราและหนีไปก่อนที่คุณจะเห็นตัวมัน
เสียอีก
  • พยายามตั้งเต็นท์ใกล้กับสถานที่ที่นกหรือสัตว์ที่คุณต้องการถ่ายภาพปรากฏตัวบ่อยๆ
    สถานที่ดังกล่าวอาจเป็นสนามหลังบ้านของคุณเองก็ได้
  • สิ่งสำคัญก็คือพยายามซ่อนตัวนานๆ จนกว่าสัตว์จะรู้สึกปลอดภัยที่จะเข้ามา
  • วิธีนี้ได้รับความนิยมในหมู่ช่างภาพสารคดีมืออาชีพ โดยตอนแรกช่างภาพจะสร้างเต็นท์
    ที่กลืนไปกับธรรมชาติและปล่อยเต็นท์ทิ้งไว้อย่างนั้นโดยไม่มีคนอยู่เป็นเวลาหลายวันเพื่อให้สัตว์คุ้นเคยกับการมีเต็นท์ตั้งอยู่ หลังจากนั้น จึงค่อยกลับมาถ่ายภาพ
  • เนื่องจากสัตว์ไม่ค่อยคุ้นเคยกับรถยนต์และรู้สึกปลอดภัยที่จะเข้าใกล้รถยนต์มากกว่ามนุษย์
    ช่างภาพมืออาชีพบางคนจึงอาจถ่ายภาพจากรถยนต์

สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง: ทดลองถ่ายด้วยโหมดวัตถุขนาดเล็กหรือเลนส์มาโคร

Newborn oriole chick and Australian lorikeets
นกขมิ้นเพิ่งเกิดตัวนี้มีขนาดเล็กพอที่จะถ่ายโดยใช้เลนส์มาโคร
ซึ่งจะทำให้ภาพนกดูสวยงามและมีระยะชัดลึกน้อยมาก
นกแก้วโนรีออสเตรเลียเชื่องมาก พวกมันมักจะเข้าหามนุษย์
เพราะความสงสัยหรือขออาหาร ทำให้เราถ่ายภาพพวกมันโดยใช้โหมดวัตถุขนาดเล็กได้
สัตว์ป่าขนาดเล็กบางชนิดเชื่องและขี้สงสัย พวกมันไม่ลังเลที่เข้าใกล้มนุษย์ หรือคุณอาจมีสัตว์เลี้ยงตัวเล็กอย่างลูกแมวหรือหนูแฮมสเตอร์ที่บ้าน สำหรับวัตถุเหล่านี้ คุณสามารถลองถ่ายภาพโดยใช้เลนส์มาโครหรือตั้งค่ากล้องให้เปิดใช้โหมดวัตถุขนาดเล็ก ภาพถ่ายที่ออกมาอาจดูน่าสนใจขึ้น

สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง: มองหาวิธีใหม่ๆ ที่น่าสนใจในการจัดองค์ประกอบภาพถ่ายของคุณ

คุณไม่จำเป็นต้องเห็นส่วนอื่นๆ ของสัตว์ตัวนี้
ก็สามารถบอกได้ว่ามันคือยีราฟ อย่างไรก็ตาม
วิธีที่ช่างภาพจัดองค์ประกอบภาพ
ช่วยเน้นความสวยงามของผิวและส่วนโค้ง
บนหลังของมันอย่างมีศิลปะ
zebra
ภาพของนกโทแคนตัวนี้จัดวางองค์ประกอบ
โดยใช้มุมมองตัดส่วนแบบใหม่ที่ทำให้ผู้ชม
ภาพมุ่งความสนใจมายังดวงตาที่
เปล่งประกายของมัน (ช่างภาพ: เกรโกรี โมน)
toucan
สัตว์มีรูปร่าง ผิว และอวัยวะที่น่าสนใจและหลากหลายซึ่งอาจทำให้ภาพถ่ายของคุณสวยงามกว่าเดิมหรือกระตุ้นความคิดของผู้ชมภาพ หากคุณถ่ายภาพของพวกมันในระยะใกล้ ดังตัวอย่าง
ต่อไปนี้

สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง: เคล็ดลับการถ่ายภาพเด็กเพื่อการถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง

ภาพของแมวเหล่านี้ได้รับแสงสว่างจาก
ด้านข้าง เพิ่มความลึกและความสวยงาม
Grey Cat
Cat with blue toy
การก้มตัวลงถ่ายภาพในระดับสายตาของสัตว์
เลี้ยงขนาดเล็กเป็นวิธีเดียวที่คุณจะได้ภาพถ่าย
สัตว์เลี้ยงที่สวยงามดูเป็นธรรมชาติ โดยทั่วไป
แล้ว ช่างภาพจะต้องนั่งหรือแม้กระทั่งนอนราบ
ไปกับพื้นจนคางสัมผัสพื้นในการถ่ายภาพนก
แก้วค็อคคาทูและแมวเหล่านี้
Cat photo taken at eye level
Cockatoo parrot
การถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงแตกต่างจากการถ่ายภาพสัตว์ป่าตรงที่คุณสามารถจัดองค์ประกอบภาพ
ของพวกมันได้อย่างอิสระ ดังนั้น คุณจึงสามารถนำเคล็ดลับที่เราแนะนำให้คุณนำไปใช้ในการ
ถ่ายภาพเด็กมาใช้กับการถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงได้เช่นกัน เคล็ดลับเหล่านี้ได้แก่
  • ก้มตัวลงจนอยู่ในระดับสายตาของสัตว์เลี้ยง
  • ใช้แสงอย่างสร้างสรรค์
  • "ดึง" ลักษณะเด่นของพวกมันออกมาไว้ในภาพถ่าย

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

                                               วัตถุขนาดเล็ก

Sports and Action

ภาพ © Chase Jarvis
ภาพ © Chase Jarvis
โดยทั่วไปแล้ว การถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กนั้นทำได้ง่ายเพียงแค่เคลื่อนที่เข้าไปใกล้วัตถุเท่านั้น
แต่การถ่ายภาพวัตถุขนนาดเล็กโดยขยายภาพของวัตถุจนมองเห็นได้อย่างชัดเจนนั้น จะทำให้
คุณมองเห็นโครงสร้างพื้นผิวและรายละเอียดของวัตถุที่เราอาจมองข้ามไปได้อย่างน่าอัศจรรย์
การถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กอาจจับใจ สร้างความแปลกใจ หรือแม้แต่ทำให้ผู้ชมภาพตื่นตระหนก
จากรายละเอียดที่เผยออกมา

วัตถุขนาดเล็ก: การตั้งค่ากล้องเพื่อถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก

Labybug shot using 100 มม. macro lens
นี่คือภาพถ่ายระยะใกล้ของแมลงเต่าทองที่ถ่ายโดยใช้เลนส์มาโคร 100 มม. ลองสังเกตลักษณะต่อไป
นี้ ซึ่งสามารถพบได้ในภาพถ่ายวัตถุขนาดเล็กทั่วไป 1) วัตถุจะถูกขยายใหญ่เกินกว่าภาพที่คุณเคย
มองเห็นด้วยตาเปล่า 2) ระยะชัดลึกของภาพน้อยมาก 3) มีการตั้งค่าระบบวัดแสงเพื่อให้กล้องเปิดรับ
แสงจากวัตถุได้ดี
ในการตั้งค่ากล้องเพื่อถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก โดยทั่วไปจะต้อง
  • ปรับขนาดรูรับแสงให้ใหญ่ที่สุดและเลือกโฟกัสเฉพาะจุด
  • ตั้งค่าความไวชัตเตอร์สูงเนื่องจากวัตถุมีขนาดเล็กมาก การเคลื่อนไหวของกล้องเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดความพร่ามัวขึ้นในภาพ
  • ดังนั้น ควรพิจารณาตั้งค่าความไวแสง (ISO) ให้สูงขึ้น เพื่อให้ได้ความไวชัตเตอร์ที่สูงขึ้นด้วย
  • กล้องส่วนใหญ่จะมีโหมดตั้งค่าเองสำหรับการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก ซึ่งช่วยให้คุณสามารถถ่าย
    ภาพวัตถุขนาดเล็กได้โดยอัตโนมัติ

วัตถุขนาดเล็ก: การเลือกวัตถุและการตั้งค่า

ดอกไม้เป็นวัตถุที่ได้รับความนิยมตลอดกาลในการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กเนื่องจากมี
รายละเอียดซับซ้อนที่จะเผยออกมาเมื่อถ่ายภาพโดยใช้วิธีการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก
Macro shot of a flower
สิ่งต่างๆ ที่มีรูปร่างหรือโครงสร้างที่น่าสนใจอาจเป็นวัตถุที่เหมาะกับการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กให้เป็นภาพศิลปะแบบนามธรรมได้ เช่น การถ่ายภาพภาพตกแต่งผนังแบบญี่ปุ่น
ที่มีความกว้างหนึ่งเซ็นติเมตรในระยะใกล้
A japanese wall ornament
แมลงเป็นวัตถุที่ได้รับความนิยมในหมู่
ช่างภาพที่มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายภาพขนาดเล็ก เพราะถ่ายได้ยากและลักษณะที่แปลกประหลาดจะเผยออกมาเมื่อถ่ายภาพ
ในระยะใกล้
Closeup of grasshooper
ไม่ว่าวัตถุขนาดเล็กชนิดใด หากมีพื้นผิวหรือลักษณะที่น่าสนใจ ก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุ
สำหรับถ่ายภาพขนาดเล็กที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม วัตถุที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่
  • ดอกไม้และต้นไม้

    ดอกไม้และต้นไม้เป็นวัตถุขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมเนื่องจากพวกมันอยู่นิ่งกับที่และถ่ายได้ง่าย ในขณะเดียวกันก็มีโครงสร้างผิวและรูปร่างที่หลากหลาย ทำให้ภาพถ่ายวัตถุขนาดเล็กที่ออกมามีความสวยงาม
  • สิ่งมีชีวิตที่อยู่กับที่และมีรูปร่างหรือผิวสัมผัสที่น่าสนใจ

    ไม่ว่าวัตถุขนาดเล็กชนิดใด หากมีพื้นผิวหรือลักษณะที่น่าสนใจ ก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุสำหรับถ่ายภาพขนาดเล็กที่ดีได้อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุด ช่างภาพควรถ่ายราย
    ละเอียดที่ยังไม่มีใครเคยเห็นของวัตถุนั้นเพื่อสร้างความประหลาดใจแก่ผู้ชมภาพ
  • แมลง

    แมลงอาจเป็นวัตถุที่ท้าทายฝีมือช่างภาพมากที่สุด แต่ภาพถ่ายที่ได้ก็สวยงามที่สุดเช่นกัน
    การถ่ายภาพแมลงขนาดเล็ก นอกจากจะต้องใช้ความอดทนในการติดตามหรือรอให้มันปรากฏตัว
    ในตำแหน่งที่ถูกต้องมีระยะที่เหมาะสมกับการถ่ายภาแล้ว ยังต้องอาศัยการตั้งค่ากล้อง
    การโฟกัส และการถ่ายภาพอย่างรวดเร็วก่อนที่พวกมันจะขยับตัวอีกครั้งด้วย

วัตถุขนาดเล็ก: แมนนวลโฟกัสอาจทำให้ได้ภาพถ่ายที่สวยงามกว่า

ภาพถ่ายดอกตูมของต้นมาเดรสซิลวานี้
ถ่ายโดยจัดวางดอกไม้ในส่วนเล็กๆ ของกรอบ
ภาพ โดยที่เลนส์ของช่างภาพโฟกัสไปที่ฉาก
หลังแทน การถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กเช่นนี้
ควรวางกล้องไว้บนขาตั้งกล้องและโฟกัสอย่าง
ระมัดระวัง ภาพที่ได้จึงจะออกมาสวยงามที่สุด
Drifting car
แมลงตัวนี้ถ่ายได้ยากมากหากใช้เลนส์
อัตโนมัติที่ค้นหาโฟกัสได้ตลอดเวลา เนื่องจาก
มันขี้ตกใจและอาจบินหนีไป ในกรณีเช่นนี้ ให้
เข้าใกล้แมลงอย่างระมัดระวังและโฟกัสด้วย
ตนเอง ซึ่งอาจเป็นวิธีที่ดีกว่า
Fly
วัตถุขนาดเล็กหลายชนิดจะมีขนาดเล็กมากและปรากฏเป็นจุดเล็กๆ อยู่ในกรอบภาพเท่านั้น
ดังนั้น เลนส์กล้องอาจประสบปัญหาในการโฟกัส ในกรณีเหล่านี้ การตั้งค่ากล้องของคุณไปที่
โหมดแมนนวลโฟกัสและทำการโฟกัสด้วยตนเองอาจให้ผลดีกว่า

การเลือกพื้นหลัง

Orchids taken with a large and small apertures
ดอกกล้วยไม้เหล่านี้ถ่ายโดยใช้เลนส์ธรรมดาและรูรับแสงที่แคบมาก
องค์ประกอบพื้นหลังในภาพนี้ถูกจัดวางไว้ในระยะใกล้และมองเห็น
ได้ชัดเจนและดึงเอาความสนใจของผู้ชมภาพไป
เมื่อถ่ายอีกครั้งโดยใช้เลนส์มาโคร รูรับแสงขนาดใหญ่ และกำลังขยายของเลนส์ ทำให้พื้นหลังดูพร่ามัว ส่งผลให้วัตถุดูเด่นขึ้นมา
การถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กนั้นจะต้องใช้ระยะชัดลึกน้อย ระยะห่างระหว่างวัตถุและพื้นหลังไม่ค่อยสำคัญในการถ่ายภาพประเภทนี้ แต่ความเข้ากันของโทนและเฉดสีของพื้นหลังกับวัตถุจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง ดังตัวอย่างนี้

วัตถุขนาดเล็ก: การใช้แฟลชในการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก

Little Lizard
ภาพของเจ้าจิ้งจกตัวเล็กนี้ถ่ายด้วยแฟลชที่ผ่านการกระจายแสงเพื่อให้ได้ความไวชัตเตอร์เพิ่มขึ้นตามที่ต้องการ ในขณะเดียวกันก็เปิดรับแสงอย่างเหมาะสม
บ่อยครั้งในการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก การใช้แสงจากแฟลชเพิ่มเติมจะช่วยให้กล้องถ่ายภาพวัตถุที่ได้
สวยงามขึ้นและช่วยเพิ่มความไวชัตเตอร์เพื่อป้องกันการพร่ามัวของภาพได้ แม้แต่ในบริเวณร่มเงาใน
ตอนกลางวันที่มีแสงแดดจ้า คุณอาจต้องใช้แฟลชเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัตถุขนาดเล็กส่วน
ใหญ่จะได้รับการจัดตำแหน่งให้อยู่ใกล้กับเลนส์ ดังนั้น คุณจึงอาจต้องลดแสงแฟลชจากกล้องลงใน
กรณีที่คุณใช้แฟลชภายนอก หรือกระจายแสงแฟลชหากคุณใช้แฟลชในตัวกล้อง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่
ให้วัตถุได้รับแสงมากเกินไป และทำให้ภาพที่ออกมาได้รับแสงเสมอกันมากขึ้น วิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถ
นำมาใช้กระจายแสงแฟลชในตัวกล้องก็คือ ใช้แผ่นกระดาษหรือกระดาษทิชชูหนึ่งหรือสองแผ่นมา
คลุมแฟลชไว้