วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

หัดถ่ายมาโคร

การถ่ายมาโครคือการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กแบบโคลสอัพ เช่น ก้านเกสรดอกไม้ ตราไปรษณียากรหรือนาฬิกา การถ่ายมาโครจะขยายวัตถุขนาดเล็กให้ใหญ่ขึ้นได้หลายเท่าจนเราสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆซึ่งอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เป็นเหมือนอีกโลกแห่งความงามหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆเราแต่เส้นผมกลับบังภูเขาอยู่นี่เอง! 

อุปกรณ์ที่จำเป็นในการถ่ายมาโครมีอะไรบ้าง เลนส์ซูมตระกูล EF ของแคนนอนส่วนมากมีฟังก์ชั่นมาโครในตัวเพื่อให้คุณโคลสอัพวัตถุได้ในระดับหนึ่ง คุณสามารถถ่ายก้านเกสรดอกไม้และของเล็กๆเช่นนั้นได้ด้วยฟังก์ชั่นมาโคร แต่หากคุณอยากถ่ายให้ได้ใกล้ยิ่งกว่านั้นก็สามารถติดเลนส์โคลสอัพอย่างเช่น Canon 500D ลงบนเลนส์ปกติของคุณเพื่อให้คุณสามารถขยายภาพได้โดยไม่ต้องเสียเงินมากนัก 


ในกรณีที่คุณต้องการถ่ายโคลสอัพอย่างจริงจังก็ควรเลือกมองเลนส์มาโครแท้ๆ อาทิ เลนส์มาโคร EF-S 60mm หรือ EF 100mm เพราะเลนส์กลุ่มนี้จะช่วยให้คุณสามารถขยายวัตถุได้ถึงขนาดเท่าจริงและสัมผัสได้ถึงคุณภาพในการโคลสอัพเหนือระดับ 


แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้เลนส์แบบใดก็ควรจะถ่ายโดยใช้ขาตั้ง เพราะเวลาที่ถ่ายโคลสอัพนั้นอัตราการขยายจะสูงมาก หากกล้องเขย่าเพียงนิดเดียวก็จะเห็นได้ชัด การใช้ขาตั้งจะช่วยลดอาการสั่นไหวและทำให้ภาพคมกริบไร้ที่ติได้ ช่างภาพหลายคนจะใช้สายลั่นชัตเตอร์ประกอบด้วยเพื่อที่จะได้ไม่มีความเสี่ยงในการทำให้กล่องสั่นขณะกดชัตเตอร์ หากคุณไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ก็สามารถตั้งเวลาชัตเตอร์ให้ลั่นเพื่อลดการสั่นไหวของกล้องที่เกิดจากมือคุณขณะที่กดชัตเตอร์ได้เช่นกัน 


หนึ่งเรื่องที่ต้องระวังขณะถ่ายมาโครก็คือระยะชัดตื้นที่จะตื้นมากๆ ปกติแล้วแทบจะไม่พอให้วัตถุชัดได้ทั้งรูป คุณจึงต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อให้โฟกัสตกลงบนส่วนที่สำคัญที่สุดของวัตถุพอดี เช่นหากคุณถ่ายโคลสอัพภาพดอกไม้คุณก็ต้องให้ยอดเกสรเพศเมียชัด คุณสามารถเปิดรูรับแสงให้แคบลง (ชัตเตอร์สปีดที่ช้าลงตามจะไม่มีผลต่อภาพเพราะว่าคุณใช้ขาตั้งกล้องอยู่แล้ว) แต่แม้กระนั้นระยะชัดตื้นก็จะยังตื้นมากอยู่ดีที่อัตราการขยายสูงๆดังกล่าว 


และเมื่อคุณถ่ายโคลสอัพ วัตถุอาจจะอยู่ใกล้กับด้านหน้าของเลนส์มากๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ตัวกล้องหรือเลนส์อาจจะบังแสงจากแหล่งกำเนิดแสงได้ ให้คุณย้ายตำแหน่งวัตถุ กล้องหรือแหล่งกำเนิดแสงเพื่อไม่ให้เกิดการบดบังแสงขึ้น หรือคุณอาจเลือกใช้กระดาษแข็งสีขาวเพื่อสะท้อนแสงลงบนวัตถุก็ได้เช่นกัน 


ช่างภาพที่จะถ่ายมาโครจริงจังอาจเลือกลงทุนเพิ่มเติมในชุดแฟลชเพื่อการถ่ายมาโครโดยเฉพาะ แคนนอน MT-24EX ประกอบด้วยแฟลชคู่ติดตั้งทางด้านหน้าของเลนส์เพื่อให้แสงเข้าสม่ำเสมอกันไม่ว่าจะถ่ายวัตถุที่อยู่ใกล้เพียงใด หรือคุณอาจเลือกแฟลชวงแหวนแคนนอน MR-14EX ซึ่งทำงานเหมือนกับ MT-24EX เว้นเสียแต่ว่าแสงที่ได้จะเป็นวงแหวนรอบทั่ววัตถุโดยไม่มีเงาตรงจุดใดเลย 


โลกของการถ่ายมาโครเป็นโลกที่น่าทึ่งและสนุกสนาน ที่ดีที่สุดก็คือว่าคุณสามารถถ่ายภาพมาโครดีๆได้ทุกที่ทุกเวลา เช่นถ้าคุณติดฝนอยู่กับบ้านก็สามารถเอากล้อง EOS ของแคนนอนออกมาแล้วเริ่มถ่ายมาโครได้เลย จะถ่ายเม็ดฝนที่เกาะอยู่บนกระจกหน้าต่างก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ไม่ผิดกฎกติกาแต่อย่างใดทั้งสิ้น!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น